News Room

" เปิดตัวระบบจัดและลำเลียงยาอัตโนมัติ B-HIVE1"

โดยความร่วมระหว่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน)และ

บริษัท สุพรีม ไฮทีร่า จำกัด

โดยมี ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 

     แถลงข่าวความสำเร็จ จากความร่วมมือของ 3 สถาบันหลัก ได้แก่ สถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (TCELS) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และบริษัท สุพรีม ไฮทีร่า จำกัด แถลงข่าวเปิดตัว B-Hive1 ระบบจัดและลำเลียงยาอัตโนมัติ พัฒนาโดยนักวิจัยไทยสำเร็จเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อเพิ่มความสะดวก ถูกต้อง รวดเร็วในการให้บริการผู้ป่วย ลดเวลาในการรอคอย และลดข้อผิดพลาดและภาระงานเจ้าหน้าที่ ตอบโจทย์ความต้องการด้านการบริการสุขภาพของคนไทย ลดปริมาณยาเหลือทิ้ง มูลค่านับ 1,000 ล้านบาทต่อปี

     โดย ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ได้โพสข้อความบนเฟสบุ๊ค ชื่นชมนักวิจัยหลักทั้ง 3 ท่าน ดร.ทิชากร วงศ์ภิรมย์ศานติ์ จาก TCELS ดร.ปราการเกียรติ ยังคง จาก สถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม มจธ. และสุดท้ายคือ คุณมัลลิกา ปทุมวัน จาก บริษัทสุพรีม นี่คือ สามประสานที่สำคัญ ที่ทำให้เกิดความสำเร็จในครั้งนี้

 
ผู้บริหารสุพรีม ไฮทีร่า จำกัด และ ดร.นเรศ ดำรงชัย ผู้อำนวยการฯ TCELS
 

สุพรีม เปิดตัวหุ่นยนต์ลำเลียงยาอัตโนมัติ เจาะโรงพยาบาลทั่วไทย – อาเซียน

     นายกำธร กาญจนวตี กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท สุพรีม ไฮทีร่า เปิด เผยว่า บริษัทได้ร่วมมือกับ สถาบันวิทยาลัยการหุ่นยนต์ภาคสนาม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ศูนย์ความเป็น     เลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดตัวหุ่นยนต์ลำเลียง ยาอัตโนมัติ 

บีไฮฟ์บีไฮฟ์1  (B-HIVE1) เป็นครั้งแรกในประเทศไทย พัฒนา โดยนักวิจัยไทย นำมาใช้ในโรงพยาบาล และมีราคาถูกกว่านำเข้า จากต่างประเทศ เท่าตัว

ทั้งนี้หุ่นยนต์ลำเลียงอัตโนมิติ บัไฮฟ์ได้เริ่มทำตลาดในโรงพยบาลรัฐแล้ว พบว่ามีความต้องการใช้งานสูงมาก เชื่อว่าหุ่นยนต์ลำเลียงยาอัตโนมัติจะช่วยลดงบประมาณของประเทศในการจัดการปริมาณยาเหลืองทิ้งที่มีมูลค่า ปีละ 1,000 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากการจ่ายยาผิดพลาด ขณะเดียวกัน บริษัทมีแผนนำหุ่นยนต์ลำเลียงยาทางการแพทย์ไปทำตลาดในอาเชียนในระยะต่อไป

       นายกำธร กล่าวว่า หุ่นยนต์บีไฮฟ์ มีราคา 15 ล้านบาท โดยระยะต่อไปจะจะพัฒนาหุ่นยนต์ลำเลียง ยาอัตโนมัติรุ่นใหม่เข้ามาทำตลาดรวมทั้งบริษัทได้มุ่งลงทุนด้านดิจิทัลที่เกี่ยวข้องกับเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์มากขึ้น เพราะเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ มีมูลค่ากว่าหมื่นล้านบาท และหวังให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางเมดิฮับของภูมิภาคอาเชียน

 

หุ่นยนต์ช่วยจัดและลำเลียงยา

ผลงานการพัฒนาร่วมระหว่างมจธ. ทีเซลล์และบริษัท สุพรีม ไฮทีร่า

     ครบวงจร จึงลดภาระงานเภสัชกรให้เหลือเพียงตรวจเช็คยา และปฏิสัมพันธ์กับผู้ป่วย มัลลิกา กล่าว ว่าจุดเด่นของบีไฮฟ์ คือ  ราคาโดยเริ่มต้นที่ 15 ล้านบาท สำหรับระบบทั้งหมด ทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ดาต้าเบส ความหลากหลายในการจัดและลำเลียงยาที่บรรจุในกล่องหรือขวดโดยสามารถโหลดยาได้ ครั้งละ ลิ้นชัก ลดเวลาการเติมยา ลดต้นทุนค่าบริหารจัดการ และที่สำคัญมีความ แม่นยำถึง 99% 

     "ตัวเลขตลาดระบบจ่ายยาในไทยมีมูลค่ากว่า หมื่นล้านบาท การจะเข้าไปแทนที่ระบบจ่ายยาเดิมที่ เป็นของนำเข้านั้น อาจจะยากในการนำเสนอเบื้องต้น เพราะทางโรงพยาบาลต้องเปลี่ยนทั้งระบบ แต่เรามองเห็นโอกาสและความต้องการที่หลายฝ่ายอยากจะเปลี่ยน เพื่อการบริการทางการแพทย์ที่ดีขึ้น จุดนี้  ถือเป็นโอกาสสำหรับบีไฮฟ์ซึ่งมุ่งเป้าหมายททั้งโรงพยาบาลรัฐและเอกชน

      สุพรีมตั้งเป้ารายได้จากกลุ่มธุรกิจเภสัชกรรม 100 ล้านบาท มาจากบีไฮฟ์ 50% และปลายปีนี้จะเปิดตัว บีไฮฟ์ สำหรับระบบจ่ายยาน้ำ 

   
ผู้บริหารและทีมงาน บริษัทสุพรีม ไฮทีร่า จำกัด
 
สุพรีมไฮทีร่า กิจการในเครือสุพรีมโปรดักส์ ประกอบกิจการประเภทเครื่องมือแพทย์และเป็นเจ้าของนวัตกรรมรถพยาบาลนาโนและผนังห้องผ่าตัดนาโนเล็งเห็นความสำคัญของการนำเอาหุ่นยนต์มาช่วยให้บริการในโรงพยาบาล เพื่อความรวดเร็วในการให้บริการผู้ป่วย ลดเวลารอคอยและลดความผิดพลาดจากการทำงานของมนุษย์ ได้มอบโจทย์ปัญหานี้ให้กับสถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม (ฟีโบ้) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ซึ่งมีความชำนาญด้านเทคโนโลยีขั้นสูงที่ซับซ้อน โดยมีศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (TCELS) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นที่ปรึกษา     
     
ภาพบรรยากาศในงานแถลงข่าว    

 

27 ส.ค. 2015